Title                       :  เด็กนอกหน้าใสกับนายฮาร์ดคลอ

Couple                  :  Ruki xXx Uruha

Genre                   :  Comedy

Rating                   :  PG (ระวังนิดมี R ด้วยนะ)

 

“อ๊ะ! นั่น! รูกิซังมาแล้วพวกเรา!”

 

“รูกิ! ฉันขอเข้าร่วมวงด้วยคนสิ!!”

 

ชายหนุ่มและหญิงสาวมากหน้าหลายตาส่งเสียงเซ็งแซ่และจอแจ เมื่อนักร้องคนดังซึ่งศึกษาอยู่ร่วมรั้วสถาบันมาถึงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นภาพที่ชินตาซะแล้วสำหรับบรรยากาศยามเช้าที่เกิดขึ้นทุกวัน

 

ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกแสดงสีหน้ารำคาญใจ พอๆกับทรงผมที่เซตมาแบบยุ่งเหยิง ทว่าดูดีตามสไตล์กระแสนิยม เจ้าของผมสีเข้มถอดแว่นกันแดดแบรนด์ดังออก เผยให้เห็นโครงหน้ารูปไข่ ท่าทางเหย่อหยิ่งดูอวดภูมินั่นดูขัดกับรูปร่างที่ดูออกไปในทางท้วมนิดๆของเจ้าหนุ่ม ซ้ำยังสูงน้อยกว่าเพื่อนสนิทที่เดินมาด้วยอีกสามคน

 

“หลบไป อย่ามาขวางทาง เกะกะ!”

 

น้ำเสียงแข็งกร้าวตวาดดุดัน ทำเอาสาวเล็กสาวใหญ่ที่มาออเบียดเสียดถอยลี้หนีห่างกันอย่างพร้อมเพรียง พอๆกับชายหลายคนที่ดาหน้าเข้ามาพยายามทำความรู้จักและตีสนิท ทางเปิดสะดวกรูกิก็เดินย่างสามขุมเข้ามหาวิทยาลัยในสีหนาขัดอารมณ์ตามนิสัย หากถามว่าเพราะอะไรชายหนุ่มคนนี้ถึงเป็นที่ติดใจนักติดใจหนาของคนหมู่มาก เหตุผลไม่ใช่อะไรอื่น รูกิมีฐานะทางบ้านค่อนข้างดี พูดได้เต็มคำว่ารวย ประกอบกับความสามารถทางดนตรีที่ใครๆก็ยกย่อง เสียงร้องที่มัดใจหลายๆคนได้อยู่หมัด หน้าตาผิวพรรณก็ดูดีไปเสียหมด

 

ไม่แปลกหากจะมีคนสนใจ ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่คิดจะสุงสิงกับใคร นอกเสียจากเพื่อนสนิทสามคนที่ทั้งเรียนและร่วมทำวงดนตรีด้วยกันมานาน ด้วยความคิดที่ว่าทุกคนที่เข้าใกล้ ก็แค่ชอบเปลือกนอกของรูกิ ไม่ใช่ตัวตนข้างใน ท่าทีก้าวร้าวจึงเป็นบุคลิกที่เขาเลือกแสดงออกมาเพื่อป้องกันตัว กระนั้นทุกสายตาก็ยังจับจ้องมาที่รูกิไม่เว้นเวลาให้หายใจ เพียงแต่จะรักษาระยะห่างให้มากขึ้นทุกครั้งที่ชายหนุ่มออกปากไล่

 

“เดี๋ยวฉันจะไปเอาหนังสือจากล็อคเกอร์ พวกนายเข้าแล็ปไปก่อน เดี๋ยวไอ้อาจารย์โรคจิตนั่นมันจะหาเรื่องพวกนายเอา”

 

“นายก็รีบตามมาล่ะ คนที่ไอ้อาจารย์นั่นจ้องหาเรื่องไม่ใช่พวกเราหรอก แต่เป็นนาย”

 

“เออๆ รู้ละ ขอบใจที่เป็นห่วง”

 

อาโออิที่อายุมากสุดในบรรดาคนสนิทของรวมถึงตัวรูกิเองพูดเตือน เขาก็ได้แต่พยักหน้ารับคำแบบหน่ายๆก่อนจะปลีกตัวออกมา ล่าสุดรูกิเคยมีเรื่องกับอาจารย์คนหนึ่ง เนื่องจากถูกเซ้าซี้เรื่องนักศึกษาชายซึ่งเพิ่งย้ายมาจากต่างประเทศ เพราะเป็นคนใจร้อนประกอบกับเรื่องที่ถูกคาดคั้นไม่มีมูลความจริงซักนิด รูกิจึงตวาดอาจารย์คนนั้นไปเสียยกใหญ่ก่อนจะเดินออกมาจากคาบเรียนนั้นไปแบบไม่แคร์สายตาใครๆ

 

กุญแจในมือใช้ไขเปิดประตูตู้ล็อคเกอร์ทรงยาวออก ตามมาด้วยซองจดหมายตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์หัวใจสีชมพูมากมายนับสิบๆฉบับ ไม่ต้องหาคนมาอธิบายรูกิก็สามารถหาเจ้าของพวกมันได้ไม่ยาก ในทุกซองจะมีเนื้อความคล้ายๆกันคือการสารภาพรักที่มีต่อเขา มือเรียวแต่ดูแข็งแรงกวาดซองจดหมายที่เหลือให้หล่นลงพื้น ไม่คิดจะอ่านด้วยซ้ำ เท้าข้างหนึ่งเขี่ยพวกมันออกไปไกลๆเพื่อให้สามารถเปิดประตูตู้ได้ง่ายขึ้น แต่เพราะไม่ทันสังเกตว่ามีร่างหนึ่งที่ตั้งใจมาเปิดเอาของเช่นกันที่ล็อคเกอร์ข้างๆ รูกิจึงง้างประตูของเขาเปิดออกไปเต็มแรง ศีรษะของร่างดังกล่าวโขกกับขอบประตูเหล็กอย่างแรง

 

“โอ๊ย!!!”

 

รูกิละสายตาจากสิ่งที่ทำอยู่เล็กน้อย และเขาก็พบว่ามีชายหนุ่มวัยพอๆกับเขายืนกุมศีรษะอยู่ข้างๆ โครงหน้าเรียวผิวสีขาวกับดั้งจมูกที่โด่งรับกับคิ้วโก่งกำลังดีกำลังแสดงสีหน้าเจ็บปวดปนไม่พอใจ รูปร่างสูงแต่ดูง่อนแง่น ร่างเพรียวบางนั้นหันมาหารูกิ ก่อนจะต่อว่าเขาในประโยคต่างภาษาออกมา นั่นทำให้รูกินึกออกทันทีว่านี่คือ อุรุฮะ นักศึกษาคนที่เป็นประเด็นทำให้เขาถูกซักไซ้ให้รำคาญใจ

 

พาลให้รูกิรู้สึกหงุดหงิด ชายหนุ่มปิดล็อคเกอร์ของตนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วแถบ ล็อคปิดให้เรียบร้อยแล้วสาวเท้าเดินหนี เพียงแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด มือเรียวคว้าเข้าที่แขนท่อนหนาพร้อมกับออกแรงดึงให้เจ้าของแขนข้างนั้นหันกลับมา ไวพอกันรูกิแสดงความแรงออกมาโดยการสะบัดแขนออกอย่างแรง ก่อนหันกลับไปจ้องหน้าอุรุฮะอย่างหาเรื่อง

 

“กล้าดียังไงมาจับตัวฉัน... ห๊ะ? ไอ้ฝรั่งหัวทอง”

 

“What!? เมื่อกี้นายทำฉันเจ็บนะ แล้วยังมีหน้ามาต่อว่าฉันอีกเหรอ?.... Sorry น่ะ You can say?”

 

“ไม่ใช่เรื่อง”

 

พูดจบรูกิก็ทำท่าจะเดินต่อ แต่มีหรือที่อุรุฮะจะยอม เห็นเขาเป็นเด็กใหม่สินะถึงคิดจะพูดอะไรยังไงกับเขาก็ได้ ยิ่งคิดร่างโปร่งที่ถูกหาเรื่องก็ยิ่งฉุน รูกิถูกดึงตัวให้หันกลับหลังอีกครั้ง

 

“ฉันไม่ยอมแน่ถ้านายไม่ยอมพูดว่าขอโทษ”

 

รูกิถอดสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อย หย่อนขาข้างหนึ่งก่อนจะยืนกระดิกเท้าแบบกวนๆ สายตาคู่นั้นกรอกไปมาดังคิดอะไรบางอย่างอยู่ แต่แล้วชายหนุ่มฝ่ายที่สูงน้อยกว่าก็คว้าเข้าที่คอเสื้อของร่างเพรียวบาง ออกแรงผลักร่างนั้นให้เข้าไปในล็อคเกอร์ของเจ้าตัวที่เปิดอยู่ เพราะไม่ทันตั้งตัวอุรุฮะจึงถูกจับขังในล็อคเกอร์ของตัวเองอย่างง่ายดาย ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำรูกิจัดการไขปิดมันแล้วโยนกุญแจตู้ออกไปนอกหน้าต่าง

 

“Hey!!! What are you…!!? Let’s me out!!”

 

อุรุฮะทั้งเตะทุบและส่งเสียงตะโกน เมื่อเห็นว่ารูกิโยนกุญแจสำหรับเปิดล็อคเกอร์ออกไปนอกอาคาร ส่วนรูกินั้นกลับยืนยิ้มอย่างสะใจอยู่หน้าตู้เหล็กทรงสูงแคบ ไม่คิดจะรู้สึกผิดด้วยซ้ำที่ทำกับอีกคนแบบนั้น ที่เขาจัดการยัดคนที่ทำตัวขัดหูขัดตาของเขาเข้าไปเอง ชายหนุ่มเหลือบตามองคนอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สายตาข่มขู่นั่นทำเอาทุกคนพากันเดินหนีออกห่างทันที

 

“อยากมาเจ๋อกับท่านรูกิคนนี้เอง เก่งนักก็หาทางออกมาเองก็แล้วกัน”

 

รูกิเตะเข้าที่ประตูล็อคเกอร์โครมใหญ่ครั้งหนึ่งก่อนจะเดินจากไปเพื่อเข้าเรียน ปล่อยให้อุรุฮะดิ้นขลุกขลักและร้องขอความช่วยเหลืออยู่อย่างนั้นต่อไป โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีใครซักคนเขามาช่วยเหลือ

 

 

 

 

 

การเรียนในห้องแล็ปเป็นไปแบบเอื่อยเฉื่อย ไม่มีใครทันสังเกตว่าเพื่อนร่วมปีหายไปหนึ่งคน คงจะมีแต่อาจารย์ประจำวิชาเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ รวมถึงท่าทีที่มีความสุขเกินธรรมดาของรูกิยิ่งทำให้ศาตราจารย์เมียวยะเจ้าของรายวิชานี้รู้สึกผิดปกติเข้าไปใหญ่ อาจารย์หนุ่มใหญ่เอ่ยปากถามภาพรวมด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงอย่างไม่ปกปิด

 

“มีใครเห็นอุรุฮะคุงมั่งรึยังตั้งแต่เช้าน่ะ แล้วรู้รึเปล่าทำไมเขาถึงไม่ได้เข้าเรียนวิชานี้”

 

ไม่ได้รับคำตอบร่างนักศึกษาคนใด แน่นอนสาเหตุก็เกิดจากรูกิอีกเช่นเคย ทุกคนที่อยู่ร่วมคณะกับชายหนุ่มต่างพากันปิดปากเงียบ รู้ดีถึงพิษสงของรูกิหากไปขัดใจเข้า ขณะที่รูกิยังคงสนอกสนใจกับกล้องจุลทรรศน์บนโต๊ะ เรตะเพื่อนคนสนิทผู้มีลักษณะโดดเด่นคือมีผ้าคาดที่ใบหน้าก็เอ่ยถามขึ้นมา

 

“รูกิ.... นายรู้ใช่ไหมว่าเด็กของไอ้อาจารย์ปาหี่นี่อยู่ที่ไหน”

 

“เออ ฉันรู้ เพราะฉันนี่ล่ะที่ทำให้ไอ้เด็กฝรั่งนั่นมันมาเรียนไม่ทัน... ไมสิ ไม่แน่อาจจะไม่มาเลยก็ได้”

 

แต่แล้วประตูทางเข้าห้องแล็ปก็เปิดออก คนที่เปิดประตูไม่ใช่ใครอื่น อุรุฮะคือผู้ที่เปิดมันออก สีหน้า ท่าทาง และแววตาดูโกรธมากถึงมากที่สุดเท่าที่คนเรียบร้อยและเฉยต่อทุกสิ่งพอจะแสดงออกมาได้ ริมฝีปากเจ่ออวบอิ่มเม้มแน่น นัยน์ตาสีอ่อนกวาดมองมาที่โต๊ะของรูกิ แต่ก่อนที่ร่างเพรียวซึ่งเพิ่งเข้ามาจะระเบิดความโมโห ศาสตราจารย์คนโปรดของเจ้าตัวก็เอ่ยทักขึ้นด้วยความดีใจออกนอกหน้าชนิดปิดไม่มิด

 

“อุรุฮะคุงหายไปไหนมา ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาเรียนแล้วซะอีก”

 

“ผมมาแน่ครับศาสตราจารย์ แล้วก็จะไม่เคยมาสายด้วย... ถ้าไม่ถูกใครบางคนในนี้ทำอะไรทุเรศๆกับผม”

 

ฝ่ายอาจารย์ก็เหลือบมองไปตามสายตาของอุรุฮะ ซึ่งก็พบคำตอบว่าคนในประโยคแฝงนัยน์ของศิษย์คนโปรดคือใคร

 

“ไม่เป็นไรนะอุรุฮะคุง ไปนั่งประจำกลุ่มเถอะ เดี๋ยวจะตามคนอื่นๆเขาไม่ทัน”

 

“ครับ ศาสตราจารย์เมียวยะ”

 

ชั่วครู่อุรุฮะเห็นรูกิหันมาลอบยิ้มเยาะเย้ยใส่ ทำให้เขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น แต่เพราะไม่อยากให้ชั่วโมงเรียนของอาจารย์ที่ใจดีต่อเขามากกว่าใครคนอื่นๆ มากกว่าใครๆที่เขารู้จักตั้งแต่มาญี่ปุ่นต้องถูกป่วนและวุ่นวาย ชายหนุ่มร่างบางจึงต้องเก็บอาการและเดินไปเข้ากลุ่มอย่างเสียไม่ได้ ตลอดการเคลื่อนไหวของอุรุฮะเจ้าหนุ่มจอมกวนดีกรีนักร้องดังก็ยังคงมองอุรุฮะไม่วางตา เป็นที่กวนอารมณ์อุรุฮะที่สุดเท่าที่เขาเคยเกิดมาและพบเจอ

 

“เฮ้ย! รูกินายใส่น้ำยานั่นมากเกินไปแล้วนะ!”

 

เพื่อนหนุ่มร่างบางที่สุดในกลุ่มร้องปรามเสียงหลง รูกิเอาแต่มองอุรุฮะอย่างหาเรื่องทำให้ไม่ทันมองหลอดทดลองในมือเท่าที่ควร ส่งผลให้สีของเหลวในหลอดทดลองเปลี่ยนสีต่างจากโต๊ะอื่นๆอย่างรวดเร็ว ไม่จบเท่านั้นมันยังเกิดฟองสีขาวขุ่นจนล้นออกมาจากหลอดแก้ว รูกิปล่อยหลอดทดลองในมืออย่างรวดเร็วส่งผลในน้ำยานั้นหกลงบนโต๊ะ ซ้ำยังเริ่มกัดโต๊ะจนมันทะลุเป็นรูโหว่

 

“คุณมัตสึโมโต้นี่มันอะไรกัน?”

 

ความซวยมาเยือน นั่นคือสิ่งที่รูกิคิดได้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ศาสตราจารย์เมียวยะ ที่ต่างฝ่ายต่างเหม็นขี้หน้ากันอยู่แล้วสังเกตได้ว่ารูกิกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ผสมส่วนผสมมากเกินไง แค่นี้ดูไม่ออกเหรอ”

 

คำตอบที่ยอกย้อนทำให้เมียวยะยิ่งไม่สบอารมณ์ คิ้วดำขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นเงื่อนตาย รู้ดีว่าคงไม่สามารถทำอะไรรูกิได้ ลำพังคำต่อว่าเจ้าตัวก็คงจะไม่สะทกสะท้านซักนิด แต่ไม่นานศาสตราจารย์คนนี้ก็คลี่ยิ้มออกมา เนื่องจากพอจะหาบทลงโทษสำหรับเด็กหนุ่มจอมอวดดีตรงหน้าได้แล้ว

 

“นั่นสินะ สมแล้วที่เป็นคุณ งั้นคงจะต้องรบกวนให้คุณอยู่เก็บกวาดแล้วก็จัดการส่วนที่เลอะเทอะก่อนกลับซะแล้วล่ะ”

 

“เฮอะ... เรื่องแค่นี้เอง แค่ทำความสะอาด”

 

“สงสัยคุณจะยังคงไม่เข้าใจ ผมหมายถึงทุกๆโต๊ะ ไม่ใช่แค่โต๊ะของคุณ... อ้อ รวมถึงอุปกรณ์แล็ปทุกชนิดเลยนะ”

 

เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังแว่วมาทำให้รูกิรู้สึกหน้าเสีย แต่ก็ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้ รูกิจึงได้แต่ชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาเท่านั้น ชายหนุ่มร่างเล็กถอดถุงมือสีขาวขุ่นเนื้อบางออกแล้วปามันลงบนโต๊ะ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปยังประตูทางออก

 

“จะไปไหนคุณมัตสึโมโต้”

 

“ก็ไปเอาถังน้ำกับไม้ถูไงครับศาสตราจารย์”

 

พูดจบรูกิก็เดินออกจากห้องแล็ปไป ปิดประตูเสียงดังตามหลังทำเอาทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพากันก้มหน้าก้มตาเรียนต่อ ยกเว้นอุรุฮะที่ลอบยิ้มสะใจอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง

 

 

 

 

 

เวลาล่วงเลยเข้าไปแล้วกว่าสองทุ่มทำให้อุรุฮะต้องเปิดไฟในห้องแล็ปหลายดวง รายงานเล่มหนาถูกปลดสันกระดูกงูออกเพื่อทำการแก้ไขในส่วนที่คนตรวจทานบอกว่าผิด ร่างบางจำต้องนั่งรอศาสตราจารย์เมียวยะเช่นนี้ ด้วยเหตุผลว่าชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ติดประชุมด่วน ไม่สามารถอยู่ช่วยชี้จุดผิดได้จนเสร็จ การแก้รายงานของอุรุฮะจึงต้องกินเวลาซะดึกค่ำ

 

อุรุฮะไม่ได้มีท่าทีอารมณ์เสียแม้แต่น้อย ถึงจะต้องรอจนกว่าอาจารย์ของเขาจะเลิกประชุม เพราะเมียวยะเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีมากคนหนึ่งทีเดียวสำหรับร่างบาง ตอนแรกๆที่อุรุฮะย้ายมาเรียนที่ญี่ปุ่น ไม่มีใครเข้ามาทำความรู้จักหรืออยากเป็นเพื่อนเขาเลย ประเด็นหลักก็อยู่ที่ช่วงนั้นอุรุฮะแทบไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่ก็ยังมีเมียวยะที่คอยคุยเล่นและสอนให้เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดีขึ้น ทั้งดูแล ทั้งคอยเป็นห่วง อุรุฮะจึงเคารพอาจารย์คนนี้ของเขามากกว่าอาจารย์คนอื่นๆ

 

“ไงอุรุฮะคุง ขอโทษนะ รอนานไหม”

 

และแล้วเมียวยะก็กลับมาที่แล็ป บอกให้รู้ว่าการประชุมจบลงแล้ว อุรุฮะหันมายิ้มให้ชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่มแน่น ส่ายหน้าปฏิเสธคำถามเพื่อให้คำตอบอย่างสุภาพ

 

“ไม่หรอกครับ ผมทราบว่าศาสตราจารย์มีเรื่องยุ่ง ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ แทนที่ศาสตราจารย์จะได้กลับไปพักผ่อนแต่กลับต้องมา...”

 

“เอาน่ะๆ ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจๆ อีกอย่างอุรุฮะคุงน่ะ...”

 

สัมผัสหนักๆจากอุ้งมือของศาสตราจา